ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

WARNING : Failed to connect to lvmetad. Falling back to device scanning



WARNING : Failed to connect to lvmetad. Falling back to device scanning


เมื่อวานลง Debian 9.4 (Stretch) บนเครื่อง Lanner รุ่น FW-7525 ผ่าน Serial Console Port โดยเราเปลี่ยน Partition แบบเก่ามาใช้แบบ LVM เลยเจอข้อความขึ้นแจ้งเตือนตามหัวข้อ หลังจากบูตเข้าเครื่อง ซึ่งจริงก็ไม่มีปัญหาอะไรมาก เพราะเป็นบักที่ไม่สำคัญหรือร้ายแรงอะไร จะปล่อยไว้ก็ได้ แต่แค่ผู้เขียนไม่ชอบอะไรไม่ Clean ก็เลยจะทำการปิด Warning นี้ไปสะ

ขั้นตอน

  • เปิดไฟล์ /etc/lvm/lvm.conf
    • เช่น nano /etc/lve/lvm.conf

  • หาคำว่า use_lvmetad=1 และทำการแก้เป็น use_lvmetad=0

  • และทำการ update initramfs ของ kernel version ปัจจุบัน ตามนี้
    • update-initramfs -k $(uname -r) -u; sync
  • แล้วก็ทำการรีบูตเครื่อง ก็จะไม่แสดงข้อความแจ้งเตือน


เป็นอันจบเรียบร้อย

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

System Analyst สำคัญฉะไหน

ถ้าคุณเจอปัญหาเหล่านี้ มาลองให้ความสำคัญกับ System Analyst แล้วจะรู้ว่าคุณเข้าใจผิดเกี่ยวกับหน้าที่ของ SA โปรเจคที่พัฒนาล้มเหลว โปรเจคที่พัฒนาออกแบบไม่ตรงตามความต้องลูกค้า โปรเจคที่พัฒนาไม่เสร็จตามกำหนดเวลา โปรเจคที่พัฒนาต้นทุนบานปลาย โปรเจคที่พัฒนาเลือกใช้เทคโนโลยีผิด และอื่นๆ อีกมากมายที่ซอฟต์แวร์หรือระบบที่พัฒนาไม่ประสบความสำเร็จ สิ่งที่ System Analyst ต้องมี ประสบการณ์ (เจ้าข้อนี้และที่เข้าใจผิดกันเยอะ) SA ที่ดีต้องเคยเขียนหรือพัฒนาโปรแกรมมาก่อนหรือก็คือ เป็นโปรแกรมเมอร์มาก่อน SA ที่ดีต้องเคยต้องเคยออกแบบฐานข้อมูล SA ที่ดีต้องเคยวิเคราะห์และออกแบบระบบงานเกี่ยวกับธุรกิจมาเยอะพอสมควร SA ที่ดีต้องเขียนและอธิบายเอกสารได้ ตามหลักสากลนะ รอบรู้  มีความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีต่างๆ แค่รู้ไม่จำเป็นต้องชำนาญ มีความเข้าใจเกี่ยวกับระบบงานของธุรกิจต่างๆ เป็นอย่างดี เข้าใจขั้นตอนการพัฒนาซอฟต์แวร์ตามหลักการพัฒนา System development Life Cycle (SDLC) เข้าใจขั้นตอนการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบอื่นๆ เช่น Agile เป็นต้น รอบคอบและเฉลียวฉลาด ข้อนี้จะเกิดได้ ก็จากสองอันแรก ...

Dynamic Kernel Module Support (DKMS) ภาค 3

Dynamic Kernel Module Support เกริ่นมา 2 บทความแล้ว หวังว่าผู้อ่านจะเข้าใจนะครับ สรุปง่ายๆ คือ เจ้าพระเอกของเรา DKMS คำสั่งนี้จะช่วยให้เราจะทำการไฟล์ติดตั้งไดว์เวอร์ให้เราอัตโนมัติ เมื่อมีการอัพเดต kernel ให้เรา ทำให้เราไม่เจอปัญหาเวลาอัพเดตระบบปฏิบัติการแล้วใช้งานไดว์เวอร์การ์ดแลนได้ ปล. มันไม่ใช้แค่ช่วยเรื่องไดว์เวอร์ ยังช่วยทำให้เราเพิ่มความสามารถให้กับ kernel อีกด้วย ขั้นตอนการทำดังนี้ ก่อนทำ เราจะเช็คดูก่อนเพื่อสำรองไฟล์เดิมหรือทำการเช็คเวอร์ชั่นที่ใช้อยู่ได้ เช่น modinfo e1000e (เช็คตำแหน่งที่เก็บไฟล์ไดว์เวอร์) ethtool eth0 (ดูเวอร์ชั่นของไดว์เวอร์) ฯลฯ สามารถใช้ผู้ใช้งาน root ในการทำได้  และก่อนทำบนเครื่องต้องมีคำสั่งและ kernel header ด้วยในที่นี้ผู้เขียนทำตัวอย่างบนระบบปฏิบัติการ Debian ก็ได้ทำการติดตั้งดังนี้  apt-get install dkms deb-helper build-essential linux-headers-$(uname -r) make  cd /usr/src/ sudo wget https://downloadmirror.intel.com/15817/eng/e1000e-3.4.0.2.tar.gz sudo tar xvfz e1000e-3.4.0.2.tar.gz cd e1000e-3.4.0.2 sudo ...

Predictable Network Interface Names #2

Predictable Network Interface Names มาต่อกันจากประเด็นตอนที่แล้วทำให้ผู้เขียนต้องหาวิธีให้ระบบปฏิบัติการที่ผู้เขียนใช้เปลี่ยนกลับเป็นแบบเดิม เช่น eno1 เป็น eth0 ฯลฯ  และเหตุผลหลักที่ผมต้องการเปลี่ยนเป็นแบบเดิม ผมทำอุปกรณ์ network appliance ของ lanner ลิงค์รุ่น FW-7525 ตามรูปด้านล่าง ซึ่งจริงดูเหมือนว่าจะเป็น onboard ทั้งหมดนิ ไม่ยากอะไร แต่จริงแล้วตัวอุปกรณ์มี chipset การ์ดแลนคนละแบบกัน  ตัวอย่างชื่ออินเตอร์เฟส ens3,  ens4,  eno1,  eno2,  eno3,  eno4 ปัญหาที่เกิดขึ้น คือ มันจะแสดงแบบด้านบน แล้วผมจะเขียนโปรแกรมยังไงว่าพอร์ตซ้าย คือ พอร์ต manage พอเปลี่ยน hardware อีกชื่อก็เปลี่ยนอีก ผู้เขียนเลยต้องการเปลี่ยนให้เขียนโปรแกรมง่าย และเรียงลำดับพอร์ตเองได้อย่างถูกต้อง ไม่ต้องเหนื่อยคนเขียนโปรแกรม ขั้นตอนแก้ไขเปลี่ยนกลับแบบเดิม OS: Debian 9.0 - 9.4 (Stretch) nano /etc/default/grub หาบรรทัด GRUB_CMDLINE_LINUX ทำการเพิ่ม net.ifnames=0 biosdevname=0 บันทึกไฟล์ และทำการ update-grub OS: Ubuntu 14.04.X แก้เป็น...